ลักษณะของตัวละคร

 


1. รวิศ

  • ลักษณะ: เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่มีจิตใจกล้าหาญและใฝ่รู้ มักถูกมองว่าเป็นคนเพ้อฝันเพราะเขามักพูดถึงความฝันที่เห็นแสงสว่างลึกลับในป่า

  • บทบาท: ตัวเอกของเรื่อง ผู้ถูกเลือกโดยนวอาวุธเพื่อปกป้องโลกจากความชั่วร้าย

  • พัฒนาการ: จากเด็กหนุ่มธรรมดาที่ไม่มีความมั่นใจ กลายเป็นผู้กล้าที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบและความเข้มแข็ง



2. ยมรา

  • ลักษณะ: ศัตรูตัวฉกาจของเรื่อง เคยเป็นผู้ถูกเลือกโดยนวอาวุธ แต่ถูกความโลภและอำนาจครอบงำจนจิตใจมืดมิด

  • บทบาท: ผู้ที่ต้องการใช้พลังของนวอาวุธเพื่อทำลายล้างโลกและสร้างโลกใหม่ที่เขาควบคุมได้

  • ลักษณะนิสัย: เย็นชา, ดุดัน, และเต็มไปด้วยความเกลียดชัง




3. อาจารย์วิษณุ

  • ลักษณะ: ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของนวอาวุธ และเป็นผู้ฝึกสอนรวิศ

  • บทบาท: เป็นทั้งครูและที่ปรึกษาของรวิศ คอยให้คำแนะนำและกำลังใจในการต่อสู้

  • ลักษณะนิสัย: ใจดีแต่เคร่งขรึม, มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับพลังและความลับของนวอาวุธ




4. ปู่จันทร์

  • ลักษณะ: ผู้นำหมู่บ้านนวราศรี ผู้ซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับตำนานและความลับของนวอาวุธ

  • บทบาท: เป็นผู้ให้คำแนะนำและสนับสนุนรวิศในฐานะผู้นำชุมชน

  • ลักษณะนิสัย: ใจดี, ฉลาด, และเป็นที่เคารพของทุกคนในหมู่บ้าน




5. อสุรกาย

  • ลักษณะ: สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังมืดของยมรา ใช้เพื่อทดสอบและโจมตีรวิศ

  • บทบาท: เป็นศัตรูระดับล่างที่รวิศต้องเผชิญในการฝึกฝนและต่อสู้

  • ลักษณะนิสัย: ดุร้าย, ไม่มีความคิด, และทำตามคำสั่งของยมรา

ตอนที่ 5: จุด Climax และบทสรุป




 ตอนที่ 5: จุด Climax และบทสรุป

หลังจากที่รวิศสามารถขับไล่ยมราไปได้ชั่วคราว เขาก็รู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบลงง่าย ๆ อาจารย์วิษณุและปู่จันทร์ต่างก็ให้กำลังใจและคำแนะนำแก่เขา

“รวิศ เจ้าต้องเข้าใจว่าเจ้าไม่สามารถต่อสู้กับยมราด้วยพลังเพียงลำพัง” อาจารย์วิษณุพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เจ้าต้องรวมพลังของเจ้าเข้ากับจิตวิญญาณของนวอาวุธ และเชื่อมั่นในตัวเอง”

รวิศพยักหน้าและเริ่มฝึกฝนอย่างหนัก เขารู้ว่าเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับยมราครั้งสุดท้าย

ในคืนหนึ่ง ขณะที่รวิศกำลังฝึกฝนอยู่ เขาได้ยินเสียงกระซิบมาจากนวอาวุธ เสียงนั้นบอกให้เขาไปยัง ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เทพเจ้าเคยสร้างนวอาวุธขึ้นมา

รวิศเดินทางไปยังถ้ำศักดิ์สิทธิ์ และพบกับภาพเขียนโบราณที่บอกเล่าเรื่องราวของนวอาวุธและยมรา เขาเข้าใจแล้วว่ายมราเคยเป็นผู้ถูกเลือกคนหนึ่ง แต่เขาถูกความโลภและอำนาจครอบงำ จนทำให้จิตใจของเขามืดมิด

“นี่คือจุดจบของยมรา...” รวิศกระซิบกับตัวเอง

ทันใดนั้น ยมราปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม

“เจ้ามาแล้วสินะ...” ยมราพูดด้วยเสียงเย็นชา “ข้ารอวันนี้มานานแล้ว”

รวิศรู้สึกได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา แต่เขาก็จำคำสอนของอาจารย์วิษณุได้ เขาหายใจลึก ๆ และตั้งสมาธิ

“ยมรา เจ้าจะไม่สามารถทำลายโลกนี้ได้!” รวิศตะโกนด้วยความมั่นใจ

ยมราทำท่าทีเยาะเย้ย “เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถหยุดข้าได้หรือ? เจ้ายังอ่อนแอเกินไป!”

ทันใดนั้น ยมราทะยานเข้ามาโจมตีรวิศด้วยความเร็วสูง รวิศแทบจะไม่ทันได้ตั้งตัว แต่เขาก็สามารถหลบหลีกได้ทัน และตอบโต้ด้วยการฟาดนวอาวุธไปที่ยมรา แสงสว่างพุ่งออกจากอาวุธและปะทะกับพลังมืดของยมรา จนเกิดเป็นระเบิดพลังงานที่สั่นสะเทือนไปทั่วป่า

การต่อสู้ครั้งนั้นเต็มไปด้วยความดุเดือด ทั้งสองฝ่ายต่างใช้พลังของตัวเองอย่างเต็มที่ รวิศใช้ทุกทักษะที่เขาได้ฝึกฝนมา แต่ยมราดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นทุกที

“เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถชนะข้าได้หรือ?” ยมราพูดด้วยเสียงเย็นชา “ข้ามีพลังที่เจ้าคาดไม่ถึง!”

ยมราทำท่าทางประหลาด และทันใดนั้น พลังมืดก็พุ่งออกจากตัวเขาในรูปแบบของเงามืดขนาดใหญ่ที่โจมตีรวิศอย่างรุนแรง รวิศถูกพลังนั้นกระแทกจนล้มลงไปบนพื้น เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ไปทั่วร่างกาย

“รวิศ! จงลุกขึ้น!” เสียงของอาจารย์วิษณุดังขึ้นในใจของรวิศ “เจ้ามีพลังที่ยิ่งใหญ่ภายในตัว จงเชื่อมั่นในตัวเอง!”

รวิศลืมตาขึ้นและมองไปที่นวอาวุธที่ยังคงส่องแสงวาบวับ เขารู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในตัว และเขาก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

“ยมรา... เจ้าจะไม่สามารถทำลายความหวังของเราได้!” รวิศตะโกนด้วยความมั่นใจ

รวิศรวมพลังทั้งหมดของเขาเข้ากับนวอาวุธ และพุ่งเข้าสู่ยมราด้วยความเร็วสูง แสงสว่างจากอาวุธพุ่งออกมาและปะทะกับพลังมืดของยมราอย่างรุนแรง จนเกิดเป็นระเบิดพลังงานที่สว่างจ้าไปทั่วป่า

เมื่อแสงสว่างจางลง รวิศก็พบว่ายมราถูกขับไล่ไปแล้ว แต่เขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบ

ตอนที่ 4: การต่อสู้ครั้งใหญ่



ตอนที่ 4: การต่อสู้ครั้งใหญ่

ท่ามกลางความมืดมิดของป่าใหญ่ ลมพัดแรงจนใบไม้ร่วงหล่นราวกับธรรมชาติกำลังส่งสัญญาณเตือนถึงการปะทะกันครั้งสำคัญ รวิศยืนหยัดอยู่ตรงกลางลานกว้าง มือของเขากำนวอาวุธไว้แน่น แสงสว่างจากอาวุธส่องประกายระยิบระยับในความมืด

ตรงหน้าของเขาคือยมรา ผู้ซึ่งยืนอยู่ด้วยท่าทีเยือกเย็นแต่แฝงไปด้วยความดุดัน ดวงตาของยมราส่องแสงแดงราวกับไฟนรก และพลังมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้อากาศรอบข้างเย็นยะเยือก

“เจ้ามาแล้วสินะ...” ยมราพูดด้วยเสียงเย็นชา “ข้ารอวันนี้มานานแล้ว”

รวิศรู้สึกได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา แต่เขาก็จำคำสอนของอาจารย์วิษณุได้ เขาหายใจลึก ๆ และตั้งสมาธิ

“ยมรา เจ้าจะไม่สามารถทำลายโลกนี้ได้!” รวิศตะโกนด้วยความมั่นใจ

ยมราทำท่าทีเยาะเย้ย “เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถหยุดข้าได้หรือ? เจ้ายังอ่อนแอเกินไป!”

ทันใดนั้น ยมราทะยานเข้ามาโจมตีรวิศด้วยความเร็วสูง รวิศแทบจะไม่ทันได้ตั้งตัว แต่เขาก็สามารถหลบหลีกได้ทัน และตอบโต้ด้วยการฟาดนวอาวุธไปที่ยมรา แสงสว่างพุ่งออกจากอาวุธและปะทะกับพลังมืดของยมรา จนเกิดเป็นระเบิดพลังงานที่สั่นสะเทือนไปทั่วป่า

การต่อสู้ครั้งนั้นเต็มไปด้วยความดุเดือด ทั้งสองฝ่ายต่างใช้พลังของตัวเองอย่างเต็มที่ รวิศใช้ทุกทักษะที่เขาได้ฝึกฝนมา แต่ยมราดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นทุกที

“เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถชนะข้าได้หรือ?” ยมราพูดด้วยเสียงเย็นชา “ข้ามีพลังที่เจ้าคาดไม่ถึง!”

ยมราทำท่าทางประหลาด และทันใดนั้น พลังมืดก็พุ่งออกจากตัวเขาในรูปแบบของเงามืดขนาดใหญ่ที่โจมตีรวิศอย่างรุนแรง รวิศถูกพลังนั้นกระแทกจนล้มลงไปบนพื้น เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ไปทั่วร่างกาย

“รวิศ! จงลุกขึ้น!” เสียงของอาจารย์วิษณุดังขึ้นในใจของรวิศ “เจ้ามีพลังที่ยิ่งใหญ่ภายในตัว จงเชื่อมั่นในตัวเอง!”

รวิศลืมตาขึ้นและมองไปที่นวอาวุธที่ยังคงส่องแสงวาบวับ เขารู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในตัว และเขาก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

“ยมรา... เจ้าจะไม่สามารถทำลายความหวังของเราได้!” รวิศตะโกนด้วยความมั่นใจ

รวิศรวมพลังทั้งหมดของเขาเข้ากับนวอาวุธ และพุ่งเข้าสู่ยมราด้วยความเร็วสูง แสงสว่างจากอาวุธพุ่งออกมาและปะทะกับพลังมืดของยมราอย่างรุนแรง จนเกิดเป็นระเบิดพลังงานที่สว่างจ้าไปทั่วป่า

เมื่อแสงสว่างจางลง รวิศก็พบว่ายมราถูกขับไล่ไปแล้ว แต่เขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบ

ตอนที่ 3: การเปิดเผยความลับ




ตอนที่ 3: การเปิดเผยความลับ

หลังจากเหตุการณ์ที่รวิศเผชิญหน้ากับอสุรกายในป่า เขาก็เริ่มตระหนักถึงพลังและความรับผิดชอบที่เขาต้องแบกรับ การฝึกฝนของเขากับอาจารย์วิษณุก็เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในใจของรวิศยังคงมีคำถามมากมายที่รอคำตอบ

“อาจารย์... ทำไมนวอาวุธถึงเลือกผม?” รวิศถามในคืนหนึ่งขณะที่ทั้งสองนั่งพักผ่อนอยู่ที่ศาลาฝึกนวะ

อาจารย์วิษณุมองรวิศด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ “นวอาวุธไม่ใช่แค่อาวุธธรรมดา มันคือสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นโดยเทพเจ้าเพื่อปกป้องโลกจากความชั่วร้าย มันเลือกผู้ใช้ที่บริสุทธิ์ใจและมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง”

รวิศพยักหน้า แต่เขายังรู้สึกว่ามีบางอย่างที่อาจารย์ยังไม่ได้บอกเขา

“แล้ว... ทำไมยมราถึงตามหามัน?” เขาถามต่อ

อาจารย์วิษณุถอนหายใจยาว “ยมราเคยเป็นผู้ถูกเลือกคนหนึ่ง แต่เขาถูกความโลภและอำนาจครอบงำ จนทำให้จิตใจของเขามืดมิด เขาต้องการนวอาวุธเพื่อใช้มันในการทำลายล้างโลก และสร้างโลกใหม่ที่เขาควบคุมได้”

รวิศรู้สึกหนาวสั่นเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาเริ่มเข้าใจว่าทำไมการฝึกฝนของเขาจึงสำคัญมากขนาดนี้

ในคืนนั้น ขณะที่รวิศกำลังนอนหลับ เขาฝันเห็นภาพของยมรา ยมราทำท่าทีเยาะเย้ยและพูดว่า “เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถหยุดข้าได้หรือ? เจ้ายังอ่อนแอเกินไป!”

รวิศตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อโทรมกาย เขารู้สึกได้ว่ายมรากำลังใกล้เข้ามาทุกที

วันต่อมา ขณะที่รวิศกำลังฝึกฝนอยู่ เขาได้ยินเสียงตะโกนจากหมู่บ้าน เขาวิ่งกลับไปและพบว่าหมู่บ้านกำลังถูกโจมตีโดยอสุรกายจำนวนมาก

“รวิศ! ช่วยพวกเราด้วย!” เสียงของปู่จันทร์ดังขึ้น

รวิศไม่รอช้า เขาจับนวอาวุธไว้แน่นและพุ่งเข้าสู่การต่อสู้ แสงสว่างจากนวอาวุธพุ่งออกมา และเขาก็สามารถขับไล่อสุรกายไปได้ แต่เขารู้ว่านี่ไม่ใช่จุดจบ

ทันใดนั้น เงามืดขนาดใหญ่ปรากฏตัวขึ้นที่ขอบป่า มันคือยมรา

“เจ้ามาแล้วสินะ...” ยมราพูดด้วยเสียงเย็นชา “ข้ารอวันนี้มานานแล้ว”

รวิศรู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากยมรา เขารู้ว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจเช่นนี้

“รวิศ อย่าตกใจ” เสียงของอาจารย์วิษณุดังขึ้น “เจ้ามีพลังที่ยิ่งใหญ่ภายในตัว จงเชื่อมั่นในตัวเอง”

รวิศหายใจลึก ๆ และจับนวอาวุธไว้แน่น เขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการทดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา

ตอนที่ 2: การฝึกฝนและความท้าทาย

 


ตอนที่ 2: การฝึกฝนและความท้าทาย

แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องผ่านยอดไม้ ส่องกระทบใบไม้ที่ยังคงเปียกชื้นจากน้ำค้างราตรี รวิศตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกแปลกประหลาดในมือขวา ที่ยังคงกำนวอาวุธไว้แน่น แม้ในขณะที่เขาหลับไปแล้วก็ตาม

“นี่ไม่ใช่ความฝัน...” เขาพูดกับตัวเองขณะลุกขึ้นยืน และมองไปที่นวอาวุธที่ยังคงส่องแสงวาบวับ แม้ในยามกลางวัน

เมื่อกลับถึงหมู่บ้าน รวิศพบว่าทุกคนต่างพากันจ้องมองเขาด้วยความประหลาดใจ บ้างก็แสดงท่าทีหวาดกลัว บ้างก็มองเขาด้วยความหวัง บรรยากาศในหมู่บ้านเต็มไปด้วยความตึงเครียด

“รวิศ! เจ้าไปทำอะไรมาหรือ?” เสียงของ ปู่จันทร์ ผู้เป็นผู้นำหมู่บ้านดังขึ้นด้วยความกังวล

รวิศเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ปู่จันทร์ฟัง โดยไม่ปิดบังอะไร เมื่อปู่จันทร์ได้ยินเช่นนั้น เขาก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น

“นวอาวุธได้เลือกเจ้าแล้ว รวิศ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นชะตากรรมที่เจ้าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้” ปู่จันทร์พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “แต่เจ้ายังไม่พร้อมที่จะใช้พลังของมัน เจ้าต้องฝึกฝนและเรียนรู้ก่อน”

รวิศถูกพาไปยังสถานที่ฝึกฝนลับในป่า ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในหมู่บ้านว่า “ศาลาฝึกนวะ” ที่นั่น เขาได้พบกับ อาจารย์วิษณุ ผู้ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของนวอาวุธ

“การใช้นวอาวุธไม่ใช่แค่การถือมันไว้ในมือ” อาจารย์วิษณุกล่าว “มันคือการรวมจิตวิญญาณของเจ้าเข้ากับพลังของมัน เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมและเข้าใจมัน”

การฝึกฝนของรวิศเริ่มต้นขึ้นอย่างเข้มข้น เขาต้องเรียนรู้ทั้งการต่อสู้ การควบคุมพลัง และการทำสมาธิ แต่ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บางครั้งเขารู้สึกท้อแท้และเหนื่อยล้า แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้

ในคืนหนึ่ง ขณะที่รวิศกำลังฝึกฝนอยู่คนเดียว เขาได้ยินเสียงกระซิบมาจากป่า ทันใดนั้น เงามืดหลายร่างก็ปรากฏตัวขึ้นรอบตัวเขา พวกมันคือ อสุรกาย ที่ถูกส่งมาโดยยมรา เพื่อทดสอบความสามารถของรวิศ

“เจ้าคือผู้ถูกเลือกใช่ไหม?” อสุรกายตัวหนึ่งพูดด้วยเสียงแหบห้าว “มาดูกันว่าเจ้าจะใช้พลังของนวอาวุธได้แค่ไหน!”

รวิศรู้สึกหวาดกลัว แต่เขาก็จำคำสอนของอาจารย์วิษณุได้ เขาหายใจลึก ๆ และจับนวอาวุธไว้แน่น แสงสว่างจากอาวุธพุ่งออกมา และเขาก็เริ่มต่อสู้กับอสุรกายเหล่านั้น

การต่อสู้ครั้งนั้นเต็มไปด้วยความดุเดือด รวิศใช้ทุกทักษะที่เขาได้ฝึกฝนมา แต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ ในที่สุด เขาก็สามารถขับไล่อสุรกายไปได้ แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บและเหนื่อยล้าอย่างมาก

“นี่คือแค่จุดเริ่มต้น...” รวิศกระซิบกับตัวเองขณะที่เขานั่งลงบนพื้น “ฉันยังต้องฝึกฝนอีกมาก”

ตอนที่ 1: การกำเนิดของนวอาวุธ

 


ตอนที่ 1: การกำเนิดของนวอาวุธ

ในยามราตรีที่ดาวพร่างพรายทอแสงสลับกับเงาจันทร์เพ็ญ ท้องฟ้าดูราวกับผืนผ้าแพรดำที่ประดับประดาไปด้วยดวงดาราเป็นประกาย ณ หุบเขาแห่งหนึ่งซึ่งถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาสูงชันและสายหมอกหนาทึบ เสียงลมพัดผ่านใบไม้ดังกระซิบคล้ายกับธรรมชาติกำลังบอกเล่าเรื่องราวอันลึกลับ

ที่นั่น มีหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ บ้านนวราศรี ซึ่งตั้งอยู่กลางหุบเขา ผู้คนในหมู่บ้านนี้มีชีวิตเรียบง่าย แต่ก็แฝงไปด้วยความเชื่อและตำนานเก่าแก่เกี่ยวกับอาวุธวิเศษที่เรียกว่า นวอาวุธ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเทพเจ้าเพื่อปกป้องโลกจากความชั่วร้าย

ในคืนหนึ่ง ท่ามกลางความเงียบสงัดของป่าใหญ่ เด็กหนุ่มนามว่า รวิศ นั่งอยู่บนโขดหินริมลำธาร เขามองขึ้นไปบนฟ้าและรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังดึงดูดเขาไปยังป่าลึก รวิศเป็นเด็กหนุ่มที่มีจิตใจกล้าหาญและใฝ่รู้ แต่ก็มักถูกเพื่อน ๆ ล้อเลียนว่าเป็นคนเพ้อฝัน เพราะเขามักพูดถึงความฝันที่เห็นภาพแสงสว่างลึกลับในป่า

“ทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนี้...” รวิศกระซิบกับตัวเอง ขณะที่มือของเขากำเม็ดหินสีดำเล็ก ๆ ที่เขาพบเมื่อหลายปีก่อน เม็ดหินนั้นมีรอยแตกเป็นรูปแปลกประหลาด และบางครั้งเขาก็รู้สึกว่ามันส่งคลื่นความร้อนออกมา

ทันใดนั้น ลมพัดแรงขึ้น และเสียงกระซิบจากป่าดังขึ้นราวกับมีใครกำลังเรียกชื่อเขา รวิศลุกขึ้นยืนด้วยความสงสัยและตัดสินใจเดินตามเสียงนั้น เขาผ่านป่าทึบและพบกับแสงสว่างวาบขึ้นที่กลางป่า เมื่อเข้าไปใกล้ เขาก็พบกับแท่นหินโบราณที่สลักลายประหลาด และบนแท่นหินนั้นมีอาวุธรูปร่างแปลกตา ปลายอาวุธเป็นรูปดาวเก้าแฉก ส่องแสงระยิบระยับ

“นี่คือ...นวอาวุธ?” รวิศกระซิบด้วยความตะลึง

ในขณะที่เขายื่นมือไปสัมผัสอาวุธนั้น แสงสว่างจ้าพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และเสียงกึกก้องดังกังวานไปทั่วหุบเขา เสียงนั้นเหมือนกับคำพยากรณ์ที่บอกว่า “ผู้ถูกเลือกได้ปรากฏตัวแล้ว...”

แต่ทว่า ในความมืดมิดของป่าใหญ่ มีคู่ตาคู่หนึ่งจับจ้องมาที่รวิศด้วยความเย็นชา เจ้าของคู่นั้นคือ ยมรา ผู้ซึ่งตามหานวอาวุธมานานแสนนาน เพื่อใช้มันในการทำลายล้างโลก

รวิศยังไม่รู้ว่า ชะตากรรมของเขาและโลกกำลังถูกกำหนดใหม่ในคืนนี้ และการเดินทางอันยาวไกลของเขาก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น...

ลักษณะของตัวละคร

  1.  รวิศ ลักษณะ : เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่มีจิตใจกล้าหาญและใฝ่รู้ มักถูกมองว่าเป็นคนเพ้อฝันเพราะเขามักพูดถึงความฝันที่เห็นแสงสว่างลึกลับในป่า บ...